วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

Wat Chedi Luang

                

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร หรือ โชติการาม หรือ ราชกูฏา หรือ กูฏาราม แปลว่า พระอารามที่มีแต่ความรุ่งเรื่องสว่างไสว แต่เดิมถือว่าเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรล้านนา สร้างในรัชสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ ลำดับ ที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้สร้างระหว่างปี พ.ศ. 1928 - 1945 วัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวงโบราณ มีการบูรณะหลายสมัย ปัจจุบันพระเจดีย์นั้นกว้างด้านละ 60 เมตร สูงประมาณ 80 เมตร ซึ่งองค์พระเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุดองค์หนึ่งในเชียงใหม่ ที่สร้างอยู่กลางเมืองเชียงใหม่

เจดีย์หลวงแห่งนี้มีร่องรอยการสร้างทับซ้อนหลายสมัย ลักษณะทั่วไปด้าน
สถาปัตยกรรมในปัจจุบัน สันนิษฐานว่าส่วนใหญ่เป็นรูปแบบที่สร้างใหม่ในสมัยพระเจ้าติโลกราช 
ส่วนล่างเป็นฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกันสองชั้น ถัดมาเป็นฐานบัวคว้ำ-บัวหงาย และฐานหน้ากระดาน
ค่อนข้างสูง ที่มุมย่อเก็จเป็นฐานรองรับเรือนธาตุมีลานประทักษิณรอบเรือนธาตุ ที่หน้ากระดาน โดยรอบฐานชั้นนี้ประดับรูปช้างโผล่ออกมาครึ่งตัว ปัจจุบันตัวช้างหักพังลงเกือบหมดแล้ว  


สรุปโดยย่อประวัติพระเจดีย์หลวง เมืองเชียงใหม่ ได้ดังนี้
1. พระเจดีย์หลวงสร้างขึ้นครั้งแรกในรัชกาลของพระเจ้าแสนเมืองมา (พ.ศ. 1928-1944) อุทิศส่วนกุศลให้พระเจ้ากือนาผู้เป็นพระราชบิดา แต่เสด็จสวรรคตเสียก่อนจะสร้างเสร็จ
2. พระนางเจ้าติโลกจุฑาราชเทวี พระมเหสีของพระเจ้าแสนเมืองมา เป็นผู้สานต่อการสร้างพระเจดีย์หลวงจนแล้วเสร็จในรัชกาลพระเจ้าสามฝั่งแกน ที่เรียกว่า “กู่หลวง”
3. พระเจ้าติโลกราช โปรดให้หมื่นด้ามพร้าคตเป็นช่างใหญ่ดำเนินการปฏิสังขรณ์พระเจดีย์หลวงตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2021 โดยเสริมฐานกว้างออกมาถึง 35 วา สูงกว่าเดิมมาก ส่วนยอดเจดีย์เป็นแบบกระพุ่มยอดเดียว ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ และได้อัญเชิญพระแก้วมรกต (องค์ที่อยู่กรุงเทพฯ ปัจจุบัน) มาประดิษฐานที่ซุ้มพระเจดีย์หลวงด้านทิศตะวันออก
4. พระเจ้ายอดเชียงรายได้ปิดทองภายในซุ้มจระนำของพระเจดีย์หลวงทั้ง 4 ด้าน
5. ในรัชสมัยพระเมืองแก้ว เมื่อ พ.ศ. 2046 ได้โปรดให้สร้างหอพระแก้วและอัญเชิญพระแก้วมรกตลงมาประดิษฐาน สร้างมหาวิหาร การบูรณะพระเจดีย์หลวงได้ดำเนินการเพียงเล็กน้อย โดยส่วนใหญ่เป็นการซ่อมทองจังโกและปิดทององค์พระเจดีย์
6. ในรัชสมัยพระนางเจ้ามหาเทวีจิรประภา ปีพ.ศ. 2088 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้ยอดพระเจดีย์หลวงพังทลายลงมา เหลือให้เห็นดังสภาพปัจจุบัน (ก่อนการบูรณะของกรมศิลปากร)


ภายหลังจากนั้นมา เอกสารไม่ได้กล่าวถึงการบูรณปฏิสังขรณ์พระเจดีย์หลวงอีกเลย

อ้างอิง:
https://drive.google.com/file/d/1eOryRWZMwHJxXTVQX7QHIvTwbfW0r3L8/view?usp=drivesdk


(Kuroyasha)


วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2562

Truth and dreams

    "......ดวงจันทร์ที่สุขสกาว ท้องฟ้าสีเทา อาทิตย์ที่กำลังลาลับ สิ่งเหล่านั้นอยู่ไกลเหลือเกินแต่ทำไมกัน ทำไมยังคิดที่จะเอื้อมไปหา แผ่นหลังอ้างว้างมองไปอย่างไรจุดหมาย เหม่อลอยมองสิ่งที่เอามาไม่ได้ ช่างแสนทรมาน มีมั้ยที่ฝันนั้นจะไม่เป็นเพียงความฝัน สักวันที่สิ่งนั้นจะมาอยู่ในมือ......"




(Kuroyasha)

วันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

toxic coating blossoms


      "บุปผางามย่อมแฝงไปด้วยพิษร้าย มากน้อยแตก ต่างกันไป แต่มันก็ยังน่าหลงใหลไม่เปลี่ยน เหมือนกับผู้หญิงแม้จะงดงามแต่ก็เคลือบที่แตกต่างกัน หญิงงามไร้พิษก็ไม่ต่างจากนกปีกหัก หากมองดูชื่นชม ก็ยิ่งหลงใหลราวต้องมนต์ทุกครั้งที่มอง หากสัมผัสเชยชมเมื่อไร หากไม่ระวังไว้พิษร้ายอาจแผดเผา ให้เจ็บปวด......"























(Kuroyasha)

วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2562

The River Has No Return


        "ชีวิตที่ดูล่องลอยไร้ที่พึ่งไร้จุดหมายของใครหลายคน มันทำให้หลายๆอย่างบนโลกนี้ดูไม่สดใสอย่างเคย มองไปรอบๆก็เห็นเพียงตัวเองคนเดียว มองไปตรงหน้าแม้ทัศนียภากในฤดูจะสวยเพียงใด บางคนก็ยังมองเห็นมันเป็นเพียงเศษซากแห่งความหวังที่พังทลายไปพร้อมมวลหมู่ดอกไม้และใบไม้ที่แย้งกันกระโดดน้ำฆ่าตัวตายในแหล่งน้ำสีขุ่น  แต่มนุษย์หากเอาความรู้สึกแบบนั้นแบกมาที่ริมน้ำ บางกลุ่มอาจจะปลดปล่อยความกังวลให้ไหลไปกับน้ำและหันหลังกลับไป ส่วนอีกกลุ่มคงมองมันจะอยากจบความรู้สึกนี้โดยการให้น้ำพามันไปพร้อมตัวเอง โดยที่ส่วนลึกของบางคนในกลุ่มนี้อาจจะอยากให้ใครมารั้งรวมถึงสลัดความกังวลออกไปก็ได้ แต่ไม่ว่ายังไงขอให้จำไว้ เมื่อได้ทำมันลงไป......สายน้ำจะไม่หวนคืน"






(Kuroyasha)

วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562

Reach for the sun


     ".......ความรักมันก็เหมือนดวงอาทิตย์ แม้มันจะร้อน จะแผดเผาทุกสิ่งเท่าไร แต่คนกลับมีแต่จะวิ่งเข้าหามัน แม้รู้ว่ามันจะแผดเผาให้ตัวเรามอดไหม้แต่ก็ยังยินดีที่จะไขว่คว้าให้ได้มาการครอบครอง ผิดกับความมืดใต้แสงอาทิตย์ที่คนเรานั้นยิ่งเห็นก็ยิ่งกลัวยิ่งวิ่งหนีมัน พยามทุกทางเพื่อไม่เข้าใกล้ไม่ยอมรับมัน ความมืดใต้แสงอาทิตย์มันคงเป็นความผิดหวังละมั้ง แม้จะอยู่ใกล้ความมืดเท่าไรแต่คนเราก็เลือกที่จะหนีห่างและจมอยู่กับดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรงดวงนั้นอยู่ดี ถึงแม้ดวงอาทิตย์ที่ผู้คนต่างปรารถนาจะให้ความรู้สึกที่ต่างกันแต่ยังไง ดวงอาทิตย์มันก็ยังร้อนอยู่ดี......."






 (Kuroyasha)


วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2562

Astronomical Twilight(แสงสนธยา)


    ".....เมื่อมองไปข้างหน้ากลับพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย นานวันความว่างเปล่าถูกแต่งแต้มด้วยสีเทาและค่อยย้อมเป็นสีดำ ยิ่งมองออกไปใกลเท่าไรกลับเพียงที่กำลังค่อยๆถูกเคลือบเป็นสีดำ เหมือนการรอสิ่งๆหนึ่งรออย่างไม่มีจุดหมาย รอจนความหวังที่มีเริ่มริบหรี่จนไม่เหลือ แต่คนเราก็ยังเลือกที่จะรอแม้มีเพียงความว่างเปล่าก็ตาม....."


แสงสนธยา



 (Kuroyasha)